ก่อนซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง กันไว้ก่อนถูกย้อมแมว

ซื้อรถมือสอง

รถมือสองคืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการมีรถขับแต่มีงบประมาณไม่มาก แต่สิ่งที่หลายคงกังวลเมื่อซื้อรถก็คือ กลัวว่าซื้อไปรถจะมีปัญหามากเกินกว่าจะรับได้แทนที่ซื้อรถไปจะได้ใช้กลับต้องซื้อมาซ่อม อยู่ในอู่มากกว่าอยู่บนถนน ใครเจอแบบนี้คงเครียดไปตามๆกัน วันนี้ผมมี "วิธีดูรถมือสองก่อนตัดสินใจซื้อ" มาฝาก เบื้องต้นควรดูจุดไหนบ้าง?

1. สำรวจภายนอก

ก่อนอื่นให้ดูจากภายนอกรถมือสองที่เราต้องการซื้อก่อน ยืนห่างจากรถสัก 5 เมตร ดูภาพรวมว่ารถดูสมส่วนมั้ย เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งหรือเปล่า มีส่วนใดยื่นหรือยุบแบบผิดสังเกตมั้ย จากนั้นให้เดินเข้าไปชิดรถดูรอยบุบหรือรอยขีดข่วนว่ามีจุดไหนหนักหนาสาหัสหรือเปล่า ดูสีรถว่าเนียเรียบเสมอกันทั้งคันหรือไม่ ถ้าเป็นคลื่นๆดูไม่เนียนแสดงว่ารถผ่านการทำสีมา จากนั้นให้ลองเคาะทั่วรถรถแล้วฟังเสียง ถ้าเสียงก้องกังวาลหรือเสียงเสมอกันทั่วคันแสดงว่ายังไม่เคยทำสีใหม่ แต่ถ้าเคาะแล้วเสียงมันทึบๆไม่ไพเราะในบางจุด แสดงว่ารถอาจเคยชนหรือผ่านการทำสีมาแล้ว จากนั้นให้ไล่ดูตามของประตูและหน้าต่างว่ามันมีช่องว่างเสมอกันมั้ย คดงอหรือเปล่า จากนั้นก้มดูใต้ท้องรถดูว่ามีสนิมหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าช่วงล่างใกล้ผุซื้อไปอาจต้องซ่อมหนัก

2. เปิดฝากระโปรงหน้ารถ

หลังจากดูสภาพโดยรวมรอบรถมือสองที่จะซื้อไปแล้ว ต่อมาให้เปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อดูสภาพห้องเครื่องบ้าง ดูร่องน้ำทั้งสองข้างว่าเสมอกันมั้ย ดูคานหน้าเครื่องว่าผิดรูปหรือเปล่า สีเรียบเนียนเสมอกันหรือไม่ อาจสังเกตจากรูคานหน้ารถก็ได้ว่ามันบิดเบี้ยวหรือเปล่า ถ้าดูแล้วรู้สึกว่ารูหนาๆหรือเบี้ยวแสดงว่า รถเคยชนหนักมาแล้ว
จากนั้นให้ดูรอยรั่วของน้ำและน้ำมันตามอุปกรณ์ต่างๆว่ามีหรือไม่ ถ้ามีคงต้องเปลี่ยนกันอีกหลายรายการ

3. ดูเครื่องยนต์

จะบอกว่าดูก็คงไม่ถูกเพราะเครื่องมันอยู่ข้างในมองไม่เห็น ต้องบอกว่าให้ลองฟังเสียงเครื่องหรือลองขับมากกว่า โดยรถมือสองที่ดีเวลาสตาร์ทรถต้องเงียบ ไม่มีเสียงดัง แปลกๆเล็ดลอดออกมา จากนั้นลองเร่งเครื่องแล้วสังเกตท่อไอเสีย ถ้ามีควันขาว มีกลิ่นเหม็นไหม้ของน้ำมัน หรือมีละอองน้ำมันเล็ดลอดออกมา แสดงว่าเครื่องยนต์เริ่ม หลวม เกรงว่าถ้าซื้อไปอาจต้องยกเครื่องใหม่ในเร็ววันได้
 

4. ทดลองขับ

ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนที่ทำให้เรารู้ว่ารถมือสองที่จะซื้อสมบูรณ์แค่ไหน หลังจากฟังเสียงเครื่องกันไปแล้วว่าไพเราะแค่ไหน ต่อมาฟังเสียงเกียร์บ้างว่าเวลาเข้ามีเสียงดังมั้ย เวลาออกตัวกระตุกหรือมีอาการกระชากบ้างหรือเปล่า หรือเวลาออกตัวถ้าเป็นเกียร์ออโต้ลองเข้าเกียร์ D รถนิ่งผิดปกติไม่เคลื่อนตัวออกไป พอผ่านไปประมาณ 10-20 วินาทีรถถึงวิ่งออกไปได้ อาการอย่างนี้แสดงว่าเกียร์ใกล้พัง อาจต้องเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่เร็วๆนี้ หรือเข้าเกียร์ N แล้วรถดูสั่นผิดปกติแสดงว่ารถมือสองคันนั้นเริ่มมีปัญหาไม่ควรซื้อเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ควรทดสอบระบบเบรคด้วยว่ายังใช้การได้ดีหรือไม่ ลองเบรคดูที่หลายช่วงความเร็วเพื่อให้รู้แน่ชัด และขณะขับรถควรสังเกตมาตรวัดความร้อนว่าขึ้นสูงผิดปกติหรือเปล่า ต้องลองขับให้ได้ระยะทางไกลสักหน่อยจะได้รู้สภาพจริงๆของรถ

5. สำรวจภายใน

สำรวจจุดสำคัญๆไปแล้ว ต่อมามาสำรวจภายในห้องโดยสารกันบ้าง ส่วนสำคัญภายในรถที่ควรตรวจสอบคือแอร์ เปิดแล้วเย็นมั้ย? มีกลิ่มเหม็นหรือเปล่า?
คอมเพรสเซอร์แอร์มีเสียงดังผิดปกติหรือไม่? นอกจากนี้ควรตรวจสอบสัญญาณเตือนบนหน้าปัดรถว่ายังใช้งานได้ดีหรือไม่ ดูเลขไมล์ว่าวิ่งมามากน้อยแค่ไหน รถมือสองที่ดีปีหนึ่งควรวิ่งไม่เกิน 30,000 โล เพราะถ้าเกินกว่านี้แสดงว่ารถถูกใช้งานมาอย่างหนัก ถ้าซื้อมาอาจต้องซ่อมโน่นเปลี่ยนนี่หลายจุด อาจได้ไม่คุ้มเสียครับ

สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องรถ การเลือกซื้อรถยนต์มือสองด้วยตัวเองดูจะเป็นเรื่องเสี่ยงไปนิด ทางที่ดีตอนซื้อควรมีคนรู้เรื่องรถหรือถ้าพาช่างไปด้วยได้จะดีมาก ช่างเก่งๆเค้าดูแปบเดียวก็รู้ว่าจุดไหนมีปัญหา หนักเบาขนาดไหน ซื้อมาคุ้มหรือเปล่า แต่ถ้าไม่รู้จักช่างที่ไว้วางใจได้ เดี๋ยวนี้เค้ามีบริษัทที่มีบริการช่วยดูรถมือสองโดยเฉพาะ มี reportให้ดู รายงานผลการตรวจสอบอย่างละเอียด ลองไป search ใน google ดูได้เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ "รถมือสองซื้อมาขับ ไม่ได้ซื้อมาซ่อม" อย่าใจร้อนค่อยดูไปนะครับ 

Leave a Reply