โอนลอยรถมือสอง ความเสี่ยงที่ต้องระวัง!!!

ปัญหาการโอนลอย

หนึ่งในวิธีการทำธุรกรรมที่เต็นท์รถมือสองนิยมใช้กันเมื่อมีการซื้อขายรถเกิดขึ้นก็คือ "การโอนลอย" ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกสบายกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับเต็นท์รถที่ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ แต่การโอนลอยเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายรถมือสองไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอะไรมาดูกัน 

การโอนลอย คือ อะไร?

การโอนลอย คือ การทำเรื่องซื้อขายรถที่ทำกันเองระหว่างผู้ขายกับเต็นท์รถ โดยมีการลงชื่อในสัญญาการซื้อขายหรือใบมอบอำนาจเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้ทำธุรกรรมที่สำนักงานขนส่งซึ่งเป็นกระบวนการสุดท้ายที่ทำให้การโอนรถสมบูรณ์ พูดง่ายๆคือทำเอกสารไว้แต่เต็นท์รถยังไม่โอนรถมาเป็นของตัวเอง รอให้มีคนซื้อก่อนค่อยโอนกันจริงๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้นั่นเอง

การโอนลอยน่ากลัวยังไง?

การโอนลอยจะไม่มีปัญหาถ้ารถมือสองที่ทำการซื้อขายไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะถ้ามีเมื่อไรตำรวจหรือบริษัทประกันจะพุ่งไปหาคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนรถทันที และถ้ารถคันนั้นผ่านการโอนลอยมาก่อน ชื่อเจ้าของรถจะยังเป็นคนเก่าหรือผู้ขายคนแรกนั่นเอง หรือแม้กระทั่งผู้ซื้อที่ซื้อรถจากเต็นท์มาแล้วยังไม่ได้โอนชื่อให้เรียบร้อย แต่บังเอิญว่าผู้ขายแจ้งรถหาย ตำรวจมาเจอรถอยู่ที่เรา ถ้าเราไม่มีหลักฐานการซื้ออย่างถูกต้องมายืนยัน อาจโดนข้อหารับซื้อของโจรได้ ต้องระวังเอาไว้ให้มาก

ถ้ามีปัญหารถเพราะโอนลอยต้องทำไง?

อ่านมาถึงบรรทัดนี้หลายคนคงกลัวเรื่องการโอนลอยขึ้นมาบ้าง แต่คำถามคือถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาจริงๆจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? ไม่ต้องตกใจเพราะตามกฎหมายแล้ว หากเกิดเรื่องขึ้นให้ผู้ขายทำหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทประกันภัย เพื่อบอกว่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถคันนั้นหรือเป็นเจ้าของรถแล้ว โดยส่งหลักฐานการขายและหลักฐานส่งมอบรถแนบไปพร้อมกัน การซื้อขายรถยนต์ด้วยการ "โอนลอย" กรรมสิทธิ์รถยนต์จะตกเป็นของผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบรถยนต์ให้ผู้ซื้อแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเจ้าของในทางทะเบียนก็ตาม ได้ยินอย่างนี้ค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อยใช่มั้ยครับ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบเมื่อซื้อรถแบบโอนลอย

  1. ตรวจสอบเอกสารสำคัญอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น วันหมดอายุบัตรประชาชนของผู้ขายหรือเจ้าของรถตัวจริง หากหมดอายุจะไม่สามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิรถยนต์ได้
  2. ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถ ว่าตรงกับบัตรประประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านหรือไม่ ถ้าไม่ตรงอย่าทำธุรกรรมเด็ดขาด
  3. ตรวจสอบประวัติการใช้รถ ว่าเคยก่ออาชญากรรมหรือเป็นรถที่ผิดกฏหมายหรือไม่
  4. โอนกรรมสิทธิภายในเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาซื้อขายรถ เพราะถ้าเกินจะเสียค่าปรับ
  5. เก็บสัญญาการซื้อรถมือสองไว้ให้ดี เพื่อเป็นหลักฐานการยืนยันเวลารถมีปัญหาทางกฎหมาย

ก่อนซื้อขายรถมือสองทั้งผู้ซื้อและผู้ขายควรตรวจสอบทะเบียนรถให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นรถที่มีการครอบครองอย่างถูกกฎหมาย ไม่ใช่รถที่ถูกขโมยหรือรถที่ผ่านการก่ออาชญากรรมมา ถ้าเป็นไปได้อย่าพยายามโอนกรรมสิทธิ์ด้วยการโอนลอยเด็ดขาด เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมาอาจสร้างความเดือนร้อนให้กับผู้ซื้อหรือผู้ขายรถมือสองได้ รอบคอบไว้ดีที่สุดครับ

Leave a Reply